การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563
วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562
บทที่ 8 การประเมินอิงมาตรฐาน
บทที่ 8
การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard Based
Assessment)
S : การประเมินอิงมาตรฐาน
การประเมินคุณภาพการเรียนรู้อิงมาตรฐานโดยใช้แนวคิดพื้นฐานโครงสร้างการสังเกตผลการเรียนรู้รวมถึงมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก
มาตรฐานมีความสำคัญอย่างยิ่งในชั้นเรียน
มาตรฐานเป็นตัวกระตุ้นการสอนที่ประสบผลดีที่สุดสำหรับผู้สอนที่มีความสามารถสูงสุด
เมื่อผู้สอนการสอนเทียบกับมาตรฐานจะพบว่าการสอนตอบสนองต่อมาตรฐาน
เพื่อความชัดเจนผู้สอนต้องตอบคำถามเรื่องการเรียนการสอนกับมาตรฐาน
การประเมินผลและการนิเทศ
Carr, Judy F and Harris, Douglas E. (2001 : 153) กล่าวสรุปไว้ว่า การพัฒนาวิชาชีพ
การนิเทศ และการประเมินผล
มีจุดหมายเพื่อให้ผู้เรียนมีพัฒนาการเรียนรู้ตามมาตรฐานและได้นำเสนอหลักการดำเนินการพัฒนาด้านวิชาชีพที่อิงมาตรฐาน
7 ประการดังนี้
หลักการที่ 1 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพเกิดจากภาพลักษณ์ที่ดีด้านการเรียนการสอน
หลักการที่ 2 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพให้โอกาสผู้สอนได้สร้างองค์ความรู้และทักษะของตนเอง
หลักการที่ 3 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพใช้หรือเป็นตัวแบบกลยุทธ์การสอนที่ผู้สอนจะใช้กับผู้เรียน
หลักการที่ 4 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
หลักการที่ 5 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพส่งเสริมครูให้มีบทบาทเป็นผู้นำ
หลักการที่ 6 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพสร้างความเชื่อมโยงกับหน่วยการศึกษาอื่น
หลักการที่ 7 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพต้องประเมินและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระบบที่เชื่อมโยงด้วยมาตรฐาน
หลักสูตรมาตรฐานแห่งชาติสู่ชั้นเรียน
กรอบหลักสูตรมลรัฐเชื่อมโยงและสะท้อนสิ่งที่พึงประสงค์และมาตรฐานการเรียนรู้ระดับชาติ
หลักสูตรและการประเมินระดับท้องถิ่นและโรงเรียน
สะท้อนถึงมาตรฐานที่กำหนดในกรอบหลักสูตรมลรัฐ
กิจกรรมการเรียนการสอนและหน่วยการเรียนเชื่อมโยงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้มลรัฐ
หลักสูตรท้องถิ่นและหลักสูตรสถานศึกษาในขณะเดียวกันก็ต้องสนองตอบความสนใจและความต้องการของนักเรียนและชุมชน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวกิจกรรมการเรียนการสอนและหน่วยการเรียนจึงควรสร้างจากแหล่งข้อมูลของท้องถิ่นหรือเหตุการณ์ประเด็นปัญหาต่างๆในท้องถิ่น
มาตรฐานสู่ความสำเร็จ : หลักสูตร
การประเมินผล และแผนปฏิบัติการ
เมื่อโรงเรียนหรือสถานศึกษาได้ใช้มาตรการใดแล้วทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเข้าใจว่ามาตรฐานของโรงเรียนคืออะไร
และจะนำไปใช้อย่างไร
คณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องใช้แผนการประเมินที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนสำคัญ คือ
การประเมินสภาพปัจจุบันของหลักสูตร การเรียนการสอน
และการประเมินที่สอดคล้องกับมาตรฐาน
การได้ข้อมูลว่ามาตรฐานใดบ้างที่จะนำมาจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลและนักเรียนจะบรรลุมาตรฐานตามที่ระบุไว้ในวิสัยทัศน์นั้นจะต้องเตรียมวิธีปฏิบัติกระบวนการและหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆให้พร้อม
การตัดสินใจว่าจะสอนและประเมินมาตรฐานใด จะสอนมาตรฐานดังกล่าวในระดับชั้นใด
รายวิชาใด
สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการวิชาการจะต้องกำหนดขอบข่ายโดยใช้ฐานข้อมูลว่าใครจะสอนและประเมินมาตรฐานใดและจำเป็นต้องมีการทบทวนแผนว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้เหมาะสมหรือไม่
จุดเน้นของหลักสูตรสถานศึกษาเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้
คำถามเดิมที่ว่าใครสอนหัวข้อใดหรือครูจะใช้สื่อการสอนอะไร
จะถูกปรับเปลี่ยนเป็นใครสอนมาตรฐานอะไร
การเรียนการสอนใช้รูปแบบใดและใครประเมินมาตรฐานใด โดยวิธีใด เป็นต้น
การประกันคุณภาพการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 มาตรา 48 “ ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง”
การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ได้มาตรฐานทั้งในระดับอุดมศึกษาและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ซึ่งแนวคิดที่เกี่ยวข้องมีดังต่อไปนี้
1. การประกันคุณภาพเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน
การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างมาตรฐานและเสริมสร้างคุณภาพการศึกษาของหลักสูตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการประกันคุณภาพการศึกษาระดับในอาเซียนที่ตระหนักถึงความสำคัญของประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและความจำเป็นในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพแบบองค์รวมเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้แก่มหาวิทยาลัยในเครือข่าย
AUN เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน
ซึ่งระบบประกันคุณภาพการศึกษาในอาเซียนเป็นกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาและสร้างมาตรฐานการอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยสมาชิกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
การรับรองมาตรฐานระดับหลักสูตรจะเริ่มต้นจากความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนำมากำหนดไว้ผลลัพธ์คาดว่าจะได้รับซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสูตรการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับหลักสูตรตามเกณฑ์
ASEAN
University Network Quality Assurance : AUN-QA โดยมีเกณฑ์พิจารณา 11 หมวดได้แก่
1.
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังไว้
2.
ข้อกำหนดหลักสูตร
3.
โครงสร้างหลักสูตรและเนื้อหา
4.
แนวทางการสอนและการเรียนรู้
5.
การประเมินผลนักศึกษา
6.
คุณภาพบุคลากรสายวิชาการ
7.
คุณภาพบุคลากรสายสนับสนุน
8.
คุณภาพของนักศึกษาและการสนับสนุน
9.
สิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน
10.
การเพิ่มคุณภาพ
11.
ผลผลิต
มหาวิทยาลัยในเครือข่าย AUN ได้มีการนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในการประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตรโดยหลักสูตรที่มีความพร้อมมหาวิทยาลัยจะยื่นขอรับรองโดย
AUN-QA ต่อไป
2. การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักทดสอบทางการศึกษา กรมวิชาการ
กระทรวงศึกษาธิการ (2545)
ได้ศึกษาและพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากผลการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศเป็นกฎกระทรวง
กำหนดระบบกฎเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และเอกสารการดำเนินงานตามระบบดังกล่าวได้แก่
1. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
2. แนวทางการจัดทำระบบสารสนเทศสถานศึกษา
3. แนวทางการบริหารจัดการคุณภาพสถานศึกษา
4. แนวทางการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
5. แนวทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพภายในของสถานศึกษา
6. แนวทางการรายงานคุณภาพการศึกษาประจําปีของสถานศึกษา
7.
แนวทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาโดยเขตพื้นที่การศึกษา
ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
: กรอบและแนวการดำเนินงานเขียนแสดงความสัมพันธ์ได้
3.การประเมินคุณภาพภายนอก
การประเมินคุณภาพภายนอก คือ
การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม
การตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
ซึ่งกระทำโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.)
หรือผู้ประเมินภายนอกที่ได้รับการรับรองจาก สมศ.
เพื่อมุ่งให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
ความสำคัญของการประเมินคุณภาพภายนอก
การประเมินคุณภาพภายนอกมีความสำคัญและมีความหมายต่อสถานศึกษา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนดังต่อไปนี้
1.เป็นการส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานและพัฒนาตนเองให้เต็มตามศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
2.เพิ่มความมั่นใจและคุ้มครองประโยชน์ให้ผู้รับบริการทางศึกษาให้มั่นใจได้ว่าสถานศึกษาจัดการศึกษามุ่งสู่คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นคนดีมีความสามารถและมีความสุขเพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
3.สถานศึกษาและหน่วยงานที่กำกับดูแล
4.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายมีข้อมูลสำคัญในภาพรวมที่เกี่ยวกับคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษาทุกระดับ
วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา
การประเมินคุณภาพภายนอกมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1.เพื่อตรวจสอบ
ยืนยันสภาพจริงในการดำเนินงานของสถานศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด
2.เพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่งจะช่วยสะท้อนให้เห็นจุดเด่น
จุดที่ควรพัฒนาของสถานศึกษา
3.เพื่อช่วยเสนอแนะแนวทางปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด
4.เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพและประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง
5.เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องและสาธารณชน
ผู้ประเมินภายนอก หมายถึงบุคคลหรือหน่วยงานที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดและได้รับการรับรองจากสมศ.
ให้ทำการประเมินคุณภาพภายนอก
มาตรฐานการศึกษา คือข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์และเป็นเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่งเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมกำกับดูแลตรวจสอบประเมินผลและการประกันคุณภาพการศึกษา
4.การประเมินคุณภาพภายใน
เคมพ์ เสนอแนะการประเมินไว้ดังนี้
1. ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในระดับที่เป็นที่ยอมรับตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้หรือไม่
ผู้เรียนมีข้อบกพร่องใดบ้าง
2. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ความรู้หรือทักษะในระดับที่เป็นที่ยอมรับหรือไม่
3. ผู้เรียนใช้เวลานานเพียงใดเพื่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้และเป็นที่ยอมรับของผู้สอนหรือไม่
4. กิจกรรมต่างๆเหมาะสมสำหรับผู้เรียนและผู้สอนหรือไม่
5.วัสดุต่างๆสะดวกและง่ายต่อการติดตั้ง
การหยิบการใช้และการเก็บรักษาหรือไม่
6. ผู้เรียนมีปฏิกิริยาต่อวิธีการเรียนการสอน
กิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ และวิธีการประเมินผลอย่างไรบ้าง
7. ข้อสอบเพื่อการประเมินตนเองและข้อสอบหลังจากเรียนแล้วใช้วัดจุดมุ่งหมายของการเรียนได้หรือไม่
8.ควรมีการปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมในส่วนใดบ้าง
การประเมินภายนอก
clark (2005 : 2) กล่าวว่าการประเมินคุณภาพภายนอกเป็นการประเมินหลังจากจัดการเรียนรู้หรือการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำผลการประเมินไปใช้ในการตัดสินคุณค่าของโปรแกรมการเรียนการสอนให้ความสำคัญที่ผลลัพธ์โดยสรุปการประเมินเพื่อศึกษาประสิทธิผลของระบบโดยรวม
เคมพ์ เสนอแนะแนวคิดการประเมินไว้ดังนี้
1. จุดมุ่งหมายทั้งหมดได้รับการบรรลุผลในระดับใดบ้าง
2. หลังจากการเรียนการสอนผ่านไปแล้วการปฏิบัติงานของผู้เรียนเกี่ยวกับการใช้ความรู้
ทักษะในการสร้างเจตคติมีความเหมาะสมหรือไม่
3. การใช้วัสดุต่างๆต่อการจัดการสำหรับผู้เรียนจำนวนมากๆหรือไม่
4. สิ่งอำนวยความสะดวก กำหนดการ
และการนิเทศ มีความเหมาะสมกับโปรแกรมหรือไม่
5. มีการระวังรักษาการหยิบการใช้เครื่องมือและวัสดุต่างๆหรือไม่
6. วัสดุต่างๆที่เคยใช้แล้วถูกนำมาใช้อีกหรือไม่
7. ผู้เรียนมีเจตคติอย่างไรบ้างต่อวิชาที่เรียน
The Solo
taxonomy
The Solo
taxonomy เป็นการจัดระดับเพื่อประโยชน์ในการแสดงคุณสมบัติเฉพาะในระดับต่างๆกันของคำถามและคำตอบที่คาดว่าจะได้รับจากผู้เรียน
เป็นชุดของเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ที่เป็นผลงานของ Biggs and
Collis (1982). “SOLO” มาจากคำว่า Structure
of Observed Learning
Outcome,
: เป็นระบบที่นำมาช่วยอธิบายว่าผู้เรียนมีพัฒนาการปฏิบัติที่ซับซ้อนอย่างไรในการเรียนเพื่อรอบรู้ที่มีความหลากหลายของภาระงานทางวิชาการโดยที่นิยามจุดประสงค์ของหลักสูตรในสภาพที่พึงประสงค์ของการปฏิบัติเพื่อประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนที่ปฏิบัติได้จริง
การใช้ Solo
taxonomy ในการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้
Solo taxonomy คือ
การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งไม่มุ่งเน้นเฉพาะการสอนและการให้คะแนนจากผลงานเท่านั้น แต่ Solo taxonomy เป็นกระบวนการที่ให้ความสำคัญว่าผู้เรียนมีวิธีการเรียนรู้
สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งคือครูจะมีวิธีสอนอย่างไรที่ผู้เรียนจะได้ใช้ปัญญาที่มีความซับซ้อนและก่อให้เกิดพัฒนาการมากขึ้น
โครงสร้างการสังเกตผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
Biggs &
Collis เสนอวิธีการไว้ดังต่อไปนี้
1)กำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ผู้เรียนปฏิบัติในบทเรียน
2)ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน
เมื่อเขียนวัตถุประสงค์การเรียนรู้ต้องมั่นใจว่าคำกริยาที่นำมาใช้เพื่อการประเมินมีความถูกต้องเหมาะสมในแต่ละระดับดังนี้
●
ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน
●
ระดับโครงสร้างเดี่ยว
●
ระดับโครงสร้างหลากหลาย
●
ระดับความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
●
ระดับแสดงความต่อเนื่องในโครงสร้างภาคขยาย
สรุป
การประเมินตนเองมาตรฐานระดับที่มีความสำคัญที่สุด
คือ การจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนนั้นประสบผลสำเร็จ
โดยดูจากผู้เรียนมีความรู้และทักษะเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
กล่าวได้ว่าโปรแกรมการเรียนการสอนมีประสิทธิผลระดับใด อีกประเด็นหนึ่งคือการจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ได้โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด
กล่าวได้ว่าการจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพระดับใด
การประเมินคุณภาพภายในเป็นการประเมินให้ความสำคัญที่กระบวนการ การประเมินคุณภาพภายในเป็นการประเมินในระหว่างจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้และปรับปรุงสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน
ส่วนการประเมินคุณภาพภายนอกเป็นการประเมินที่มุ่งตอบคำถามว่าการจัดการเรียนการสอนประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้หรือไม่
ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่หลักสูตรกำหนดไว้หรือไม่
คำถามหลักคือผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานหลังจากการเรียนการสอนได้หรือไม่
เพื่อนำไปเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้บริหารได้พัฒนาในโอกาสต่อไป
บทที่ 7 การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน
บทที่ 7
การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน (Evaluation to
Improve Teaching)
การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน การประเมินการเรียนรู้ของตนเอง
โดยกำหนดค่าคะแนนจากการวิเคราะห์การประเมินการเรียนรู้ด้านความรู้ของบลูม
การประเมินตามสภาพจริงและการประเมินจากแฟ้มสะสมงานเป็นการตรวจสอบการบรรลุจุดหมายการเรียนรู้
การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอนมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการทบทวนตนเองหลังการสอน
ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนการเรียนการสอน ระหว่างการสอน
และหลังจากสอนจนจบบทเรียนแล้ว
การจัดกระบวนการพัฒนาการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน
เสนอแนวคิดในการพัฒนาโดยใช้วิธีจัดองค์ความรู้ด้านวิชาชีพ
องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
วงกลมชั้นที่ 1 องค์ประกอบที่มีผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
ซึ่งการเรียนรู้ของผู้เรียนที่อยู่ใจกลางภาคเป็นจุดศูนย์รวมของกิจกรรมทุกอย่างในชั้นเรียนและในโรงเรียน
การเรียนรู้ของผู้เรียนได้รับอิทธิพลโดยตรงจากองค์ประกอบที่อยู่ในวงกลมชั้นที่ 1 ประกอบด้วยหลักสูตร-เนื้อหาของสิ่งที่สอน
วิธีการสอน-ที่ใช้และการวัดผล (แบบวินิจฉัย) การเรียนรู้ของผู้เรียน
Glickman (1998) เสนอแนะว่าให้ดูจุดศูนย์กลางของวงกลมต่างๆที่มีจุดศูนย์กลางร่วมกัน
ศูนย์กลางคือเป้าหมาย
วงกลมในสมุดเป็นความพยายามของชั้นเรียนและโรงเรียนที่จะพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนทุกคน
วงกลมชั้นที่ 1 การเรียนรู้ของผู้เรียนสัมพันธ์กันโดยตรงกับเนื้อหาที่นำมาสอน
วิธีการสอน และกลวิธีที่นำมาใช้ในการประเมิน
วงกลมชั้นที่ 2 องค์ประกอบซึ่งจัดระบบภาระงานของผู้นำ (การเรียนรู้)
ที่ทำต่อครูผู้สอน ซึ่งการปรับปรุงการสอนในชั้นเรียนประกอบด้วยจุดมุ่งเน้น
แนวทางที่จะทำร่วมกับครูและโครงสร้างและรูปแบบ
เพื่อจัดระบบภาระงานการปรับปรุงการสอน
จากภาพวงกลมชั้นที่ 2 ศูนย์กลางเดียวกันกับวงกลมได้เพื่อพัฒนาคุณภาพการสอนในชั้นเรียน
ที่จุดเน้นที่ผู้สอนกำหนดให้เป็นเป้าหมายการเรียนรู้
ต่อมาพิจารณาแนวทาง-วิธีการดำเนินการระหว่างบุคคล
ซึ่งจะใช้กับครูที่จัดการสอนในชั้นเรียนโดยตรง
และโครงสร้างและรูปแบบของวิธีการต่างๆ ได้แก่ การนิเทศแบบคลินิก เพื่อนแนะเพื่อน
เพื่อผู้ติดชม
และกลุ่มวิจัยเชิงปฏิบัติการตามตารางที่กำหนดพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
วงกลมชั้นที่ 3 องค์ประกอบซึ่งส่งเสริมให้การดำเนินงานครอบคลุมบริบทการปรับปรุงการสอน
ประกอบด้วย ลำดับความสำคัญในการปรับปรุงโรงเรียน ที่ได้จากวิสัยทัศน์ของโรงเรียนและความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาโรงเรียน
แผนการพัฒนาวิชาชีพ ทรัพยากรและระยะเวลา
และการประเมินผลวิธีการและสิ่งที่ผู้เรียนกำลังเรียนรู้อยู่
และวิธีการใช้ข้อมูลจากการประเมินเป็นแนวทางในการดำเนินงานจำเป็นเร่งด่วนของโรงเรียนต่อไป
จากภาพวงกลมชั้นที่ 3 อิทธิพลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน
ซึ่งเป็นองค์ประกอบของกระบวนการปฏิรูปการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งหมดที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ที่เป็นลำดับความสำคัญในการปรับปรุงโรงเรียน ถัดมาเป็นการพัฒนาด้านวิชาชีพครู
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานมุ่งไปที่ครูทุกคน และสุดท้ายการประเมินผลทางการประเมินระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งหมด
Glickman, Carl D (2002 นักแปลเครือข่ายของกรมวิชาการ
2546 : 131) สรุปคำถามนำเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับภาพองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนดังต่อไปนี้
1.เป้าหมายของโรงเรียนคืออะไร
จะบรรลุเป้าหมายของโรงเรียนได้อย่างไร และใช้เป้าหมายนี้อย่างไร
2.แผนพัฒนาวิชาชีพครูที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโรงเรียนคืออะไร
แผนนี้เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกตรวจสอบการสอนของผู้สอนและการเรียนของผู้เรียนได้อย่างไร
3.ประเมินความก้าวหน้าทั้งหมดมุ่งสู่เป้าหมายการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งโรงเรียนได้อย่างไร
4.อะไรคือจุดมุ่งเน้นในการสอนและการเรียนรู้ที่ผู้สอนทุกคนต้องปฏิบัติ
5.จะใช้รูปแบบการนิเทศแบบใดและเครื่องมือใด
6.จะใช้วิธีการอะไรในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
7.ผู้สอนแต่ละคนจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
8.ผู้สอนแต่ละคนจะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนอย่างไร
9.ผู้สอนแต่ละคนจะเปลี่ยนเนื้อหาที่สอนอย่างไร
การใช้คำถามนำนี้จะต้องคิดพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบอาจด้วยตนเองหรือร่วมกันในการวางแผนเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการสอน
พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพและการพัฒนาการศึกษาให้สูงขึ้นเป็นที่น่าพึงพอใจ
การทบทวนตนเองหลังการสอนที่มีคุณภาพ
การทบทวนตนเองหลังการสอนเป็นกระบวนการที่เหมาะกับการปฏิบัติงานในอาชีพเพราะเป็นกระบวนการที่ควรปฏิบัติเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์
กระบวนการนี้ไม่ใช่จะจำเป็นเฉพาะกับการสอนที่ดีเท่านั้นแต่ยังเป็นความจำเป็นพื้นฐานสำหรับมนุษย์ด้วย
บอเมสเตอร์ กล่าวว่า ชีวิตมีความหมายเมื่อเราสนองความต้องการ
4 ประการเหล่านี้ได้แก่ 1)ด้านวัตถุประสงค์ 2) ด้านค่านิยม 3) ด้านประสิทธิผล และ 4) ด้านความพึงพอใจในตนเอง
“ความเข้าใจ”
ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการสนทนากับตัวเองเกี่ยวกับเรื่องการสอนแต่เกี่ยวข้องกับการได้ความรู้จากการสนทนากับเพื่อนครูด้วยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันและกันกระบวนการนี้เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องการความเป็นคนช่างสังเกต
ต้องสังเกตความเป็นไปในอาชีพถ้าเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นต้องหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้
เช่น ต้องสังเกตเห็นว่าเด็กคนไหนพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา เด็กคนไหนจับดินสอไม่ถูกวิธี
คนไหนรักการอ่าน คนไหนเก่งทดลองวิทยาศาสตร์และคนไหนใช้เครื่องบันทึกเทปได้เก่ง
การทบทวนตนเองสอนจนเป็นเรื่อง
“การทำความเข้าใจ”
รูปแบบการสะท้อนความคิดนี้มีลักษณะเด่น 4 ประการ คือ เป็นวงจรมีความยืดหยุ่น มีประเด็นที่เน้นและมีลักษณะเป็นองค์รวม
1. มีลักษณะเป็นวงจร
การทบทวนตนเองและการปฏิบัติเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องกันเป็นวงจร
เมื่อกระบวนการเริ่มแล้วจะไม่มีการถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
พูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือการทบทวนตนเองหลังการสอน จะนำเราไปสู่วงจรใหม่ที่ปรับปรุงแล้วต่อไป
2. มีความยืดหยุ่น
รูปแบบที่จะนำมาช้าจำเป็นจะต้องมีความยืดหยุ่น
จะต้องไม่เป็นแบบที่มีลักษณะเป็นขั้นตอน เหตุผลที่เป็นเช่นนี้มีอยู่ 2 ประการคือ
ประการแรก
การทบทวนตนเองหลังการสอนมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน
ประการที่สอง รูปแบบการทบทวนตนเองต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้
การปรับปรุงการเรียนการสอนไม่จำเป็นต้องดำเนินไปในรูปแบบที่คงที่และมีขั้นตอนเป็นลำดับ
3. มีประเด็นที่เน้น
การมีความยืดหยุ่นไม่ได้หมายความว่าจะคิดวกวนอยู่กับปัญหาเกี่ยวกับการสอนหรือวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวโดยหวังว่าคงจะพบทางออกเอง
การคิดจะต้องมีประเด็นที่เน้นและมีทิศทางเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมาย
4. มีลักษณะเป็นองค์รวม
จากรูปนี้เราจะมองเห็นการเรียนการสอนภาพรวม
เห็นการเชื่อมโยงค่านิยมในวิชาชีพเข้ากับการปฏิบัติ
การเชื่อมโยงการสอนเข้ากับความตั้งใจของครูที่จะพัฒนาการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพทำให้ครูเห็นว่าไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปแบบนี้ทำงานอยู่ในสภาพหยุดการเปลี่ยนแปลงแต่เป็นการทำงานอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงและมักจะมีความไม่แน่นอนรวมอยู่ด้วย
การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน
การประเมินการเรียนรู้
จะต้องให้ข้อมูลย้อนกลับการจัดการเรียนรู้บรรลุพันธกิจหรือไม่
มีความจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง การบรรลุเป้าหมายของโปรแกรมการศึกษา
การประเมินเพื่อพัฒนาประสิทธิผลในการจัดการเรียนรู้
Ghaye, T (1995) เสนอแนวคิดการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนจะต้องพิจารณาคำถาม
5 ข้อ คือ
1.คำถามเกี่ยวกับเวลา
2. คำถามเกี่ยวกับขนาดของงาน
3.ถามเกี่ยวกับความไม่แน่นอน
4.ถามเกี่ยวกับการเมืองในโรงเรียน
5.คำถามเกี่ยวกับการลงลึกในการปฏิบัติการ
การประเมินที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีความชัดเจนของจุดมุ่งหมาย
จุดมุ่งหมายในการเรียนรู้เป็นข้อความเกี่ยวกับการศึกษาที่แสดงถึงความมุ่งมั่น/เจตนาที่ตั้งใจให้เกิดขึ้น
เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม เป็นต้น
วัตถุประสงค์การเรียนรู้มีความเฉพาะให้รายละเอียดที่ได้มาจากจุดมุ่งหมาย
ใช้เขียนบรรยายกิจกรรมพฤติกรรมหรือกิจกรรมที่ผู้เรียนจะต้องกระทำ
ผลการเรียนรู้
เป็นชุดรายละเอียดที่ผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้หลังจากได้เรียนในรายวิชาหรือหน่วยการเรียนในหลักสูตรรายวิชา
ผลการเรียนรู้ว่าจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสำเร็จขั้นต่ำของผู้เรียนที่แสดงออกเป็นรูปธรรมได้
ความสัมพันธ์ของจุดมุ่งหมาย
วัตถุประสงค์ และผลการเรียนรู้ เขียนในรูปวัฏจักรการประเมินการเรียนรู้
รูปแบบการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามแนวคิด
Outcome Driven Model
การตรวจสอบความเข้าใจและการสรุปความรู้
ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการเรียนรู้
ใช้แนวทางการประเมินการเรียนรู้ตามแนวคิด Outcome Driven Model
หลักการประเมินผลการเรียนรู้
การประเมินผลการเรียนรู้นั้นควรจะเป็นกระบวนการที่มีหลักการมารองรับเสมอ
หลักการที่จะควบคุมกระบวนการการประเมินผลการเรียนรู้มีดังต่อไปนี้
1.การประเมินผลต้องยึดตามจุดประสงค์การสอนที่ชัดเจน
2.ขั้นตอนและเทคนิคในการประเมินผลควรเลือกตามจุดประสงค์ในการประเมิน
3.การประเมินผลควรเป็นที่เข้าใจได้
4.การประเมินผลควรทำอย่างต่อเนื่อง
5.การประเมินผลควรระบุจุดอ่อนจุดแข็งและใช้งานได้
6.การประเมินผลควรเป็นความพยายามร่วมกัน
7.การประเมินผลควรจะมีความละเอียดรอบคอบ
การประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร
นิยาม
“การประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร”
การประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร คือ
การให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามกิจกรรมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่ใช้
จากนั้นนำผลการทดสอบไปใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนให้ตอบสนองความต้องการจำเป็นของนักเรียน
ผู้สอนนำผลการประเมินตามหลักสูตรมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนการสอนของตนเอง
เพื่อช่วยผู้เรียนให้พร้อมที่จะเรียนเรื่องต่อไป
หรือกรณีที่ผู้เรียนที่มีความพร้อมและต้องการเจ้าหน้ายิ่งขึ้น
นักการศึกษาใช้การประเมินตามหลักสูตรเพื่อช่วยให้อัตราการพัฒนาการเรียนการสอนสูงขึ้นได้รวมถึงการปรับปรุงสื่อการเรียนการสอนด้วยการสังเกตและบันทึกการปฏิบัติของนักเรียนตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา
ข้อมูลต่างๆที่เก็บรวบรวมได้จะช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเรียนการสอน
ในการประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรนั้นการตัดสินใจเกี่ยวกับการสอนขึ้นอยู่กับข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากการประเมินความสามารถของผู้เรียนที่ระบุไว้ในหลักสูตร
เป้าหมายแรกคือแนวทางในกระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับการเรียนการสอน
ทั้งนี้เพื่อให้การเรียนการสอนตรงกับความต้องการของผู้เรียนอันเป็นการเพิ่มโอกาสที่ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้
การประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรมีจุดเด่นที่บอกถึงภาระงานใดที่ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถตามที่หลักสูตรกำหนด
การเลือกภาระงาน และกระบวนการใช้คะแนนมาตรฐาน และการบริหาร
ใช้การประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างไรนั้นก็แล้วแต่สถานการณ์
อาจใช้ข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรให้โปรไฟล์ของผู้เรียนได้ทั้งในระดับรายบุคคล
ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา
นอกจากนี้ข้อมูลจากการประเมินตามหลักสูตรสามารถใช้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบ
ที่ใช้เปรียบเทียบคะแนนของผู้เรียนรายบุคคลมาหรือใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบความสามารถของผู้เรียน
อันเป็นผลมาจากการเรียนการสอนที่สัมพันธ์สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน
การประเมินผลการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษากรอบที่ใช้ในการอ้างอิงทฤษฎีและแนวปฏิบัติที่เป็นผลการศึกษาวิจัยของเดวิด
นิโคล สรุปเป็นหลักการประเมินผลและการให้ข้อมูลย้อนกลับที่ดี 10 ข้อดังนี้
1.ให้ความชัดเจนว่าการปฏิบัติงานที่ดีเป็นอย่างไร
2.ให้ “เวลาและความพยายาม”
กับการเรียนรู้สิ่งที่ท้าทาย
3.ให้ข้อมูลย้อนกลับคุณภาพสูงที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วยตนเอง
4.สร้างความเชื่อที่เป็นแรงบันดาลใจและความเคารพตนเองในทางบวก
5.สนับสนุนให้มีการปฏิสัมพันธ์และการพูดคุยในเรื่องการเรียนการสอน
6.อำนวยความสะดวกในการพัฒนาการประเมินตนเองและการสะท้อนความคิดทางด้านการเรียน
7.ให้โอกาสผู้เรียนเลือกการประเมินผล-เนื้อหาและกระบวนการ
8. ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการประเมินผลและการปฏิบัติ
9.สนับสนุนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้
10.ช่วยครูผู้สอนในการปรับการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียน
ดังนั้นการประเมินผลจะมีหลักการ
กระบวนการการประเมินการเรียนรู้ดังต่อไปนี้
1. การประเมินผลต้องยึดตามจุดประสงค์การสอนที่ชัดเจน
2.ขั้นตอนและเทคนิคในการประเมินผลควรเลือกตามจุดประสงค์ในการประเมิน
3.การประเมินผลควรเป็นที่เข้าใจได้ตรงกัน
4.การประเมินผลควรทำอย่างต่อเนื่อง
5.การประเมินผลควรระบุจุดอ่อนจุดแข็งและใช้งานได้
6.การประเมินผลควรเป็นความพยายามร่วมกัน
7.การประเมินผลควรจะมีความละเอียดรอบคอบ
การวัดและการประเมินผล
จุดประสงค์ของการวัดและการประเมินผล
การวัดและการประเมินผลการศึกษาหรือการเรียนการสอนหรือที่ในปัจจุบันใช้คำว่าการจัดการเรียนรู้เป็นไปเพื่อจุดประสงค์ดังต่อไปนี้
1. การจัดตำแหน่ง เป็นการวัดและการประเมินผลโดยใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อจัดหรือแบ่งประเภทผู้เรียนแต่ละคนว่ามีความสามารถอยู่ตรงระดับไหนของกลุ่มเก่ง
ปานกลาง หรืออ่อน มากน้อยเท่าใด ซึ่งสามารถใช้ได้หลายๆกรณี
2. การวินิจฉัย
การวัดและการประเมินผลที่เป็นไปเพื่อการวินิจฉัยว่าผู้เรียนคนใดมีความสามารถทางด้านใดและเมื่อสอนไปแล้วในแต่ละวิชามีส่วนใดที่ผู้เรียนเข้าใจชัดเจนถูกต้องหรือไม่เข้าใจ
เข้าใจยังไม่ถูกต้อง ผู้สอนจะได้สอนหรือแนะนำทำความเข้าใจใหม่ได้ถูกต้อง
3. การเปรียบเทียบ
จุดประสงค์ของการวัดและการประเมินผลในข้อนี้เป็นไปเพื่อการเปรียบเทียบความเจริญงอกงามหรือพัฒนาการของการเรียนรู้ของผู้เรียน
หลังจากนั้นเมื่อเลิกเรียนไปแล้วระยะหนึ่งหรือเมื่อเรียนจนจบแล้วผู้สอนอาจจะสอบเพื่อวัดและประเมินผลอีกครั้งว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด
4. การพยากรณ์
เป็นการวัดหรือประเมินผลเพื่อช่วยในการพยากรณ์ทำนายหรือคาดการณ์และแนะนำว่าผู้เรียนคนนั้นควรจะเป็นอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จและสอดคล้องกับความสามารถ
ความถนัดหรือความสนใจของแต่ละบุคคล
5. การป้อนผลย้อนกลับ
เป็นการวัดและประเมินผลเพื่อนำผลประเมินที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุง
การจัดการเรียนการสอนในครั้งต่อๆไป
ผลย้อนกลับนี้มีได้ทั้งส่วนที่เป็นของผู้สอนและส่วนที่เป็นของผู้เรียน
6. การเรียนรู้
เป็นการวัดและการประเมินผลที่มีจุดประสงค์เพื่อเป็นตัวกระตุ้นในรูปแบบต่างๆที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีและยังทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีของผู้เรียนอีกด้วย
เครื่องมือและเทคนิควิธีที่ใช้ในการวัดและการประเมินผล
เครื่องมือและเทคนิควิธีที่ใช้ในการวัดและการประเมินผลการเรียนการสอนนั้นมีมากมายหลายชนิดแต่ที่รู้จักและนิยมใช้กันเป็นส่วนมาก
ได้แก่
1. การสังเกต เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของผู้สังเกต
สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในสภาพการณ์ที่เป็นจริงทั้งในและนอกห้องเรียน การสังเกตโดยทั่วๆไปเป็นการเฝ้าดูพฤติกรรมต่างๆของผู้ถูกสังเกตซึ่งอาจจะเฝ้าดูไปตามเรื่องไม่ได้กำหนดหรือวางแผนว่าจะสังเกตอะไร
อย่างไร
เมื่อมีพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้นก็สังเกตและจดบันทึกไว้ทั้งหมดหรืออาจจะเฝ้าดูอย่างมีแผนการกำหนดไว้แน่นอนว่าจะสังเกตอะไรบ้างและสังเกตอย่างไร
2. การสัมภาษณ์
เป็นการพูดคุยซักถามกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนมีการซักถามโต้ตอบซึ่งกันและกัน
การสัมภาษณ์อาจทำได้ 2 แบบเช่นเดียวกัน คือ แบบไม่มีแบบแผนและแบบมีแผน
โดยเฉพาะแบบมีแผนนั้นจะกระทำเพื่อหาข้อมูลบางอย่างโดยมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน
3. การให้ปฏิบัติ
เป็นการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติให้ดูว่าสามารถทำได้ตามที่เรียนรู้หรือไม่
4. การศึกษากรณี
เป็นเทคนิคการศึกษาแก้ปัญหาหรือปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยละเอียดลึกซึ้งเป็นราย
ๆ ไป
5. การให้จินตนาการ
เป็นเครื่องมือวัดทางจิตวิทยาที่สร้างขึ้นเพื่อลดความรู้สึกนึกคิดของผู้ถูกวัดออกมาอย่างไม่ให้เจ้าตัวรู้สึกและให้เจ้าตัวเห็นว่าเป็นความรู้สึกหรือปฏิกิริยาของคนอื่น
การวัดและการประเมินผลด้วยวิธีนี้มักใช้วัดทางด้านบุคลิกภาพ
6. การใช้แบบสอบถาม
เป็นวิธีที่จะต้องมีแบบสอบถามเป็นชุดของคำถามที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระบบระเบียบพร้อมที่จะส่งให้ผู้ตอบอ่านและตอบด้วยตนเองคำถามที่ใช้จะเป็นคำถามที่ใช้ถามข้อเท็จจริงและความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
การประเมินผลตามระบบการวัดผล
1. การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม
เป็นการประเมินผลเพื่อเปรียบเทียบผลงานหรือคะแนนของผู้เรียนแต่ละคนกับผู้เรียนคนอื่นๆในกลุ่มเดียวกันโดยใช้งานหรือแบบทดสอบชนิดเดียวกันหรือฉบับเดียวกัน
จุดมุ่งหมายหลักของการประเมินผลแบบนี้เพื่อต้องการจำแนกหรือจัดลำดับบุคคลในกลุ่มนั้นๆตามความสามารถตั้งแต่สูงสุดจนถึงต่ำสุดโดยยึดระดับผลสัมฤทธิ์
2. การประเมินแบบอิงเกณฑ์ เป็นการประเมินผลเพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อดูว่างานหรือการสอบของผู้เรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่เพียงใดโดยไม่คำนึงถึงอื่นๆที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
การประเมินผลตามสภาพจริง
ลักษณะสำคัญของการประเมินผลตามสภาพจริงมีอยู่ด้วยกัน 4 ประการดังนี้
1. ประเมินในสิ่งที่เป็นภาคปฏิบัติจริงหรือกระทำจริงได้
2. กำหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินไว้ให้ชัดเจน
3. การประเมินตามสภาพจริง
จะต้องทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่
4. การประเมินตามสภาพจริงจะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาในการแสดงออกอย่างเต็มที่
แนวทางในการวัดการประเมินตามสภาพจริง
เพื่อให้เห็นแนวทางของการวัดการประเมินตามสภาพจริงจึงกล่าวสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้
1.
การวัดผลจะต้องใช้หลายๆวิธีในการวัด
2.
จะต้องมีการจัดทำแฟ้มสะสมงาน
3.การวัดผลต่างๆที่เกิดขึ้นในระดับชั้นต่างๆในตัวผู้เรียนแต่ละคนจะต้องตอบให้ได้ว่าบรรลุเป้าหมายมากน้อยเพียงไร
3.1 เป้าหมายระดับชาติ
3.2 เป้าหมายระดับท้องถิ่น
3.3 เป้าหมายของตนเอง
4. แนวทางในการวัด
เน้นการวัดที่ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนหรือการวัดมุ่งจะปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน
เครื่องมือการประเมินผลตามสภาพจริง
1. การประเมินการแสดงออก
2. การประเมินกระบวนการและผลผลิต
การประเมินแฟ้มสะสมงาน
3.1 ความหมายของแฟ้มสะสมงาน
แฟ้มสะสมงาน หมายถึง
สิ่งที่เก็บรวบรวมผลงานหรือตัวอย่างของผลงานหรือหลักฐานที่แสดงถึงผลสัมฤทธิ์
ความสามารถ ความพยายาม หรือความถนัดของบุคคลหรือประเด็นสำคัญที่ต้องจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ
3.2 ลักษณะเด่นของการประเมินโดยแฟ้มสะสมงาน
การประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมงานมีลักษณะเด่นที่สำคัญดังต่อไปนี้
3.2.1 เพิ่มแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียน
3.2.2 พัฒนาทักษะทางวิชาการระดับสูงแก่นักเรียน
3.2.3 พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมเพื่อให้งานสำเร็จ
3.2.4 เป็นการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้จากนามธรรมไปสู่รูปธรรม
3.2.5 แสดงพัฒนาการของนักเรียนอย่างต่อเนื่องและนักเรียนได้ปรับปรุงงานตลอดเวลา
3.2.6 วัดความสามารถของนักเรียนได้หลายด้าน
3.2.7 เป็นกิจกรรมที่สอดแทรกอยู่ในสภาพการเรียนประจำวันที่มีประโยชน์ต่อนักเรียนในสภาพชีวิตจริง
3.2.8 นักเรียนมีความตระหนักในกระบวนการและยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมในการเรียน
การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเก็บรวบรวมข้อมูล
3.2.9 นักเรียนได้มีโอกาสในการแสดงสร้างสรรค์ผลิตหรือทำงานด้วยตัวเอง
3.3 ประเภทของแฟ้มสะสมงาน
3.3.1 แฟ้มสะสมงานส่วนบุคคล
3.3.2 แฟ้มสะสมงานวิชาชีพ
3.3.3 แฟ้มสะสมงานวิชาการ
3.3.4 แฟ้มสะสมงานสำหรับโครงการ
3.4 องค์ประกอบของแฟ้มสะสมงาน
3.4.1 จุดมุ่งหมาย
3.4.2 หลักฐานหรือชิ้นงาน
3.4.3 การประเมินตนเอง
3.4.4 เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกต่อชิ้นงาน
3.4.5 การประเมินแฟ้มสะสมงาน
3.5 ประโยชน์ของแฟ้มสะสมงาน
3.5.1 ใช้ประเมินความก้าวหน้าในการเรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคล
3.5.2 ทำหน้าที่ในการสะท้อนความสามารถรวมออกมาเป็นผลงานชิ้นสุดท้าย
3.5.3 แฟ้มสะสมงานจะทำให้ครูสามารถหาจุดเด่นของนักเรียนได้มากกว่าจุดด้อย
3.5.4 ทำหน้าที่สำคัญในการแจ้งผลสำเร็จของนักเรียนให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ
3.5.5 การเก็บสะสมงาน
ข้อควรคำนึงถึงในการประเมินผลตามสภาพจริง
1.เป็นการประเมินที่กระทำไปพร้อมกับการจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้ของผู้เรียน
2.เป็นการประเมินที่ยึดพฤติกรรมเป็นสำคัญซึ่งแสดงออกมาจริง
3.ให้ความสำคัญในการพัฒนาจุดเด่นของผู้เรียน
4.เน้นการพัฒนาผู้เรียนและการประเมินตนเอง
5.ตั้งอยู่บนพื้นฐานเหตุการณ์ในชีวิตจริง
6.มีการเก็บข้อมูลระหว่างการปฏิบัติในทุกบริบท
7.เน้นคุณภาพของผลงาน
8.เน้นการวัดความสามารถในการคิดระดับสูง
9.ส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์เชิงบวก
10.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการประเมินผลการเรียน
การทดสอบและการให้เกรด
1.จำแนกตามลักษณะการกระทำ
1.1 แบบทดสอบแบบให้ลงมือทำ
1.2 แบบทดสอบแบบเขียนตอบ
1.3 แบบทดสอบปากเปล่า
2. จำแนกตามสมรรถภาพที่ใช้วัด
2.1 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์
2.1.1 แบบทดสอบที่ผู้สอนสร้างเอง
2.2.2 แบบทดสอบมาตรฐาน
2.2 แบบทดสอบความถนัด
2.3 แบบทดสอบบุคลิกภาพและสถานภาพทางสังคม
3. จำแนกตามลักษณะการตอบ
3.1 แบบทดสอบความเรียง
3.2 แบบทดสอบปรนัย
กล่าวโดยสรุปแล้วแบบทดสอบหรือข้อสอบที่นิยมใช้ในการเรียนการสอนทั้งแบบทดสอบแบบอัตนัยหรือความเรียงและแบบทดสอบแบบปรนัยต่างมีข้อดีและข้อจำกัดด้วยกันทั้งคู่ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่นำไปใช้
สรุป
การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนจะทำให้ทางผู้สอนและผู้เรียนปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ
เพราะการประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนอาศัยการประเมินตัวต่อตัว
ประเมินกลุ่มย่อยและการทดลองภาคสนาม
การออกแบบการเรียนการสอนจะทำให้การประเมินในลักษณะนี้มีความชัดเจนขึ้นและใช้การประเมินแบบอิงเกณฑ์
โดยประเมินผู้เรียนแต่ละคนเปรียบเทียบกับจุดประสงค์หรือจุดหมายและระดับคุณภาพที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างนิสัยที่พึงปรารถนาให้แก่ผู้เรียนอีกด้วย
ที่จัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือกันเป็นพื้นฐานแล้ว
ผู้เรียนจะติดนิสัยการให้ความร่วมมือกันจะทำให้สังคมได้เยาวชนและผู้ประกอบวิชาชีพในสาขาต่างๆที่เห็นแก่ส่วนรวม
มีความเป็นประชาธิปไตย
ยอมรับความคิดเห็นและปฏิบัติตามมติของกลุ่มแม้ว่าตนเองจะไม่เห็นด้วย
รู้จักช่วยให้กลุ่มประสบความสำเร็จในงาน
โรงงานบางอย่างบางประเภทไม่อาจทำสำเร็จได้โดยลำพังผู้เดียว ต้องอาศัยความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ส่วนกลุ่มที่มีการแข่งขันกันนั้นควรจะเป็นการเสริมแรงทางบวก คือ
การแข่งขันกับตนเองเพื่อที่จะเอาชนะใจตนเองมีวินัยในตนเองและพัฒนาตนเองในที่สุด
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
-
บทที่ 1 The STUDIES Model : การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียนตามรู...
-
บทที่ 4 การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล ( Universal Design for instruction ) U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็...
-
บทที่ 6 การบูรณาการความรู้ ( Integrated Knowledge ) I : การบูรณาการความรู้ ( Integrated Knowledge ) การเชื่อมโยงความรู...
